"ทัณฑ์บน-ขอโทษไม่เพียงพอ" แนะควรใช้"กระบวนการยุติธรรมทางเลือก"ปรับพฤติกรรมเด็กเกเร

  • วันที่ 11 ต.ค. 2561 เวลา 16:02 น.

"ทัณฑ์บน-ขอโทษไม่เพียงพอ" แนะควรใช้"กระบวนการยุติธรรมทางเลือก"ปรับพฤติกรรมเด็กเกเร

รองปลัดยธ.แนะกรณีรุ่นพี่ม.2 ทำร้ายเด็ก ป.4 เป็นพฤติกรรมรุนแรง ทัณฑ์บน-ขอโทษ ไม่เพียงพอ ควรใช้"กระบวนการยุติธรรมทางเลือก"ปรับพฤติกรรม

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว ปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความคิดเห็น กรณีเด็ก ม.2 ทำร้ายเด็ก ป.4 ว่า ไม่ควรนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการขัดขวางพัฒนาการตามวัยของเด็ก แต่ควรใช้กระบวนการยุติธรรมทางเลือกเพื่อปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม

ทั้งนี้การที่เด็กมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงนั้น เป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) ซึ่งหากพิจารณาตามจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและฮอร์โมนส่งผลให้วัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่คงที่ ฉุนเฉียว โกรธง่าย และมักแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง จึงทำให้เด็กและเยาวชนที่กระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่น มีพฤติกรรมการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือการละเมิดกฎเกณฑ์ของสังคม เช่น ขโมย พูดปด หลอกลวง หนีเรียน หนีออกจากบ้าน ชกต่อย รังแกคนอื่น รังแกสัตว์ และทำลายของสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีความเกี่ยวพันกับระดับของปัญหาและความเสี่ยงต่อการทำผิดในอนาคต และกระทำผิดซ้ำได้

นายธวัชชัย ระบุด้วยว่า ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ควรปล่อยผ่านด้วยกระบวนการปกติ จากประสบการณ์ที่เคยเป็นทีมพัฒนาเครื่องมือจำแนกเพื่อค้นหาสาเหตุปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยจำเป็นในการกระทำความผิดของเด็กหรือเยาวชน การใช้ความรุนแรง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการสอบถามในเครื่องมือดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขบำบัดเด็กและเยาวชน ได้ตรงกับสภาพปัญหามากยิ่งขึ้น ดังนั้น การที่เด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงจึงถือว่าเป็นเด็กเสี่ยงต่อการกระทำผิดได้ และในการพัฒนาเครื่องมือจำแนกเด็กหรือเยาวชนในการในแบบประเมินความเสี่ยงและความจำเป็นจึงถือว่าเป็นพฤติกรรมเกเรนั้นต้องได้รับการบำบัดแก้ไขฟื้นฟู

"ดังนั้นการทำทัณฑ์บน หรือกล่าวคำขอโทษจึงไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมประกอบด้วย เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งโรงเรียนสามารถประสานงานได้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศให้เข้าไปช่วยดำเนินการ"นายธวัชชัยระบุ

ข่าวอื่นๆ